อำนาจ การเมือง

อำนาจ การเมือง ทำยังไงถึงจะเปลี่ยน ผู้นำประเทศได้ เหตุผล และคำตอบ

อำนาจ การเมือง คือสิ่งที่กำหนด บทบาทแนวทาง ทุกอย่างของประเทศ อำนาจ ในความพยายามทำ ความเข้าใจ เมืองและ วิถีชีวิตเมือง การศึกษารื่องเมืองมาจากหลาย สาขาร่วมกัน ทั้ง ค้นการเมือง เศรษฐกิง สังคม ภูมิทัศน์กายภาพ และวัฒนธรรมที่รวมกันอยู่ในเมือง การศึกยาเรื่องเมืองใช้ครื่องมือที่เป็นแนวคิดจากหลายๆศาสตร์ เช่น สถาปัตขกรรม ประวัติศาสตร์ ซิลปะ การศึกษาค้นสิ่งแวดล้อม

เศรยฐศาสตร์เมือง วรรณกรรม และ รัฐศาสตร์ การศึกบารื่องมืองนท้้ง ลักยณะเฉพาะที่เป็นและเห็นอยู่ของเมือง และ รวมถึง การสำรวจความหมาย และหน้าที่ของเมืองในสังคมขนาคใหญ่ การศึกยาเรื่องเมืองคือการศึกบา กระบวนการที่สร้งรูปแบบการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์

อำนาจ การเมือง และ การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ในคน ต่างๆในพื้นที่ การศึกบารื่องการจัดการเมือง (Urban Stdics) ในประเทศไทยนั้น สามารถจำแนก กว้างๆ ได้ 5 สาขา ถือ เศรยฐศาสตร์เมือง (Urban Economics)ในคณะเศรยฐศาสตร์ สาขา ภูมิศาสตร์เมือง (Urban Geography) ในคณะภูมิศาสตร์ การวางแผนเมือง(Urban Planning) และการ ออกแบบชุมชนเมือง (Uban Desgn) ในคณะสถาปัตขกรรมศาสตร์ และการพัฒนาเมือง (Developmen) ในคณะรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตามการศึกยาเรื่องเมืองในประเทศไทยบังมีความรู้จาก แต่ละสาขาวิชที่มีความกระจัดกระจาย แยกส่วนอยู่ บทความฉบับนี้จึงได้ อิงแนวคิดวิทยา (Epistmlgy) ถึงการทบทวนกระบวนทัศน์([aradigm) ของความรู้ในการศึกษาเรื่องเมืองในอดีต


จนถึงปัจจุบัน โดยมีข้อโด้แข้ง (Armem) ว่าความรู้จากสาขาต่งๆ นั้นมีความแขกส่วน ซึ่งน่าจะ ไม่ทันต่อบริบทเมืองที่มีความซับซ้อน ในพื้นที่เมือง และเป็นพลวัตร ต่อเนื่องไปในอนาคต บทความ ฉบับนี้ จะเป็นพื้นฐาน ที่มีประโยชน์ ต่อผูกยา เรื่องเมือง ในอภิปราย ต่อขอดเรื่องการเปลี่ยนข้าง กระบวนทัศน์ (Paradigm Sh) ของการจัดการความรู้ ในเรื่องเมือง ที่มีความครอบคลุมในการศึกษามากขึ้น


คำสำคัญ: การศึกษารื่องการจัดการเมือง การแขกส่วน/ การเปลี่ยนข้ขกระบวนทัศน์

อาจารย์ ดร., คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

ปัจจุบัน โลกของเรากำลังเผชิญ พล เอก ประยุทธ์ จันทร์ โอชา กับการเปลี่ยนผ่านที่ไม่คยประสบมาก่อน จากการอยู่อาศัย แบบวิถีชนบทสู่วิถีชุมชนมือง ในปี ค.ศ. 1950 หนึ่งในสามของประชากรได้อาศัยอยู่ในเมือง ปัจจุบันชัดส่วนประชากรที่ออศัยในมืองได้มีมากกว่าครึ่ง ในปี 20ร0 ดาคว่า ประชากรผู้อยู่อาศัย ในเมืองจะมีสัดส่วนมากกว่า 2ใน3 ของประชากร โลก อลิช ชารลส์ (Alice Charles) หัวหน้าด้านการพัฒนาเมืองของ สภาศรษฐกิจโลก (World Economic Foru)กล่วว่าในทศวรรษ ที่กำลังจะ มาถึงนี้ อัตราเร่งของกรกลายเปีนเมือง ในประเทศกำลังพัฒนาจะมีอัตราเร่งที่เร็วมากกว่าประเทศที่ พัฒนาแล้ว ดังตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากประเทศอินเดีย ที่ซึ่งจำนวนประชากรจะมีมากขึ้นเกือบสอง เท่าจาก 814 ล้นคน ระหว่างปี ด.ศ.20 1 4และ205o (Zopf, 2015) ในขณะที่เมืองด่างๆมีความ ชับช้อนมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงต่งๆเกิดขึ้นกับเมืองทั้งในเชิงพื้นที่ (opatial changes)เชิง สังคม-เศรษฐกิจ (socio-economi changes) ตกต่างๆไปจากเมืองอดีต การปรับเปลี่ยนสภาพ ดังกล่าวของชุมชนเมืองจะต้องมีการศึกยาเรื่องเมืองอย่างครอบคลุม และมีความเป็นพลวัตร (dynamic)เพื่อการวางแคนชุมชนเมืองย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

อำนาจ การเมือง กระบวนทัศน์ในการศึกษาเรื่องเมือง (Urban Studies Paradigm)

“ถ้ามนุษย์จะมีสัดมที่เป็นสุข จะต้องมีโลกทัศน์และพฤติกรรมใหม่ให้สอดคล้องกับความ เป็นจริงของธรรมชาติออกจากการเห็นและคิดแยกส่วนตายตัว มาเป็นเห็นความโยงใยของสรรพสิ่ง และคำนึงถึงทั้งหมด”คำนำหนังสือแปลภายาไทยจาก ประวศ วะสี “ข่ายใยแห่งชีวิต (The Web of Life)”

โดยผู้ แต่งต้นฉบับคือ ฟริตจอฟ คาปร้า (Fritjof Capra, 1996)

จากที่กล่าวมา ในการศึกษารื่องเมืองศึกษานั้น อย่างเศรษฐศาสตร์เมือง (Urban Economics) การวางแผนเมือง (Urban Planng)ควรออกแบบ ชุมชนเมือง(Urban Design)และการ พัฒนาเมือง (Urban Developen) ต่งก็ป็นสาขาของความรู้ ในการทำความเข้าใจ การศึกษาเรื่องเมือง ซึ่ง บริบทของเมืองนั้น มีความชับช้อนทั้งมิติเชิงพื้นที่และมิติเชิงสังคม เศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามสาขา เหล่นี้ มีการพัฒนาขึ้นมา ในช่วงยุคสมัยของการพัฒนช่วงปี 1960 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงที่การ พัฒนาเมือง และกระบวนการกลายเป็นเมือง (ubaniation) ยังไม่มีความชับซ้อนนัก โดยสาขา การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเมืองนั้นต่างก็แยกส่วนและมีความจำเทาะบนเงื่อนไขของพัฒนาเมือง ในยุค 1960 บทความฉบับนี้ จึงตั้งคำถามกับกระบวนทัศน์(paradigm) ของกระบวนการศึกษาการ ในการแสวงหาความรู้ต่งๆที่กี่ขวข้องกับการศึกษารื่องเมือง ซึ่งอีกอน จี. กูบา (Egon G. Guba,1990) ได้แสดงความเห็นใน The Paradigm Dialog ว่า กระบวนทัศน์ (paradigm) หรือ ระบบความ เชื่อพื้นฐาน (basic belief systems) นั้น มีโครงหลัก 3 ประการ คือ

  • ภววิทยา (Ontolgy) อะไรคือ ธรรมชาติของความรู้ความจริง
  • ญาณวิทยา (Epistemology) อะไรคื ธรรมชาติของความสัมพันธ์ระหว่างผู้แสวงหาความรู้ความจริง และ ความรู้ความจริง
  • วิธีวิทยา (Methodolgy) ผู้แสวงหาความรู้ความจริงควรจะแสวงหาความรู้ความจริงอย่างไร

ทฤษฎีที่อธิบาย การก่อรูปของเมืองในอดีต อาจไม่สามารถอธิบาย การเปลี่ยนแปลงในโลก อนาคต ยกตัวอย่างเช่น วิทยา เรื่องฤทธิ์ (25ร8, p.270)ได้โด้แย้งถึงทฤษฎีแหล่งกลาง (central place theory) ที่มักใช้องอิงกันอย่างแพร่หลายในสาขา เศรษฐศสตร์เมือง และการวาแผนเมืองนั้น อาจใช้ เป็นกรอบแนวทางอธิบายได้ในยุคสมัย “โลกที่คงรูป” เป็นอุดมคติในการอธิบายกรอบและวิธีการ อธิบายระบบเมืองที่ไม่มีเงื่อนไขมากนัก แต่เมื่อสถานะของโลก ได้เปลี่ยนแปลงไปในบริบทที่มี ความชับซ้อนมากขึ้น ก็ต้องมองหากรอบและเครื่องมือใหม่ให้สอดคลองกัน ในปัจจุบันมิติทางการเมือง เศรษฐกิ สังคมซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปการรับรู้ที่มีต่อคำว่า “พื้นที่” (spac) จึงแตกต่างไปจากเดิม โดยไม่ได้มีความหมายเพียงแค่พื้นที่ตามแหล่งที่ตั้ง (the space of place) แต่ยังมีเรื่องของพื้นที่ตามกระแสความเคลื่อนไหว (the space of lows) ของ คน สัตว์สิ่งของ ข่าวสาร ข้อมูล อีกด้วย (Castells, 1996)

โดยงานของ Castells (1996) ได้จำแนกความ ต่างของ พื้นที่(pac) ออกเป็นสองประเภท อันจะมีผลตอการจัดระบบกิจกรรมทางเศรษฐกิจและ สังคม โดยอย่างแรกรียกว่าพื้นที่ตามที่ตั้ง (the space of places) ซึ่งบทบาทหน้ที่มาจากลักษณะ โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย

เฉพาะที่บรรจุ ในขอบขตที่ ตั้งอยู่ ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งคือ พื้นที่ตามกระแสความเคลื่อนไหว (the space of 1ow) ซึ่งบทบาทหน้ที่มาจากความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้น (วิทยา เรื่องฤทธิ์, 2558) ความก้าวหน้ำของนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการคมนาคมขนส่งเป็นปัจจัยเร่งให้ เกิดการ เปลี่ยนแปลงของพื้นที่และการจัดเรียงตัวของระบบเมือง โดยความสะดวกในการคมนาคมขนส่งมี ผลให้ พื้นที่หดล็กลงไป การเคลื่อนไหวของผู้คนสินด้ และเงินทุนมีความสะดวกรวดเร็วขึ้น เกิด เป็นความสัมพันธ์ระหว่างเมืองที่หลากหลาย (McKenzic, 1933) สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ใน ปัจจุบันแนวคิดเรื่อง “เศรษฐกิจใหม่” (new economy) บนพื้นฐานของความรู้ (Knowledge) หรือ ธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีที่ เกิดจกความรู้ ความสามารถ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเมือง ซึ่งเป็น ผลมาจากการเดิบโต ของทุนทางการเงิน (Sasn, 1991) และการเปลี่ยนย้ยกิจกรรมที่เคยอาศัย ระยะทางชน การให้บริการทางธุรกิจ จึงมีผลต่อการลดทอนบทบาทเชิงพื้นที่

หรือตำแหน่งที่ตั้งใน การก่อรูปของเมือง กรณีดังกล่วนี้ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและมีผล ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล เอก ประยุทธ์ จันทร์ โอชา – รัฐบาลไทย-เกี่ยวกับรัฐบาล ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

โยงใยต่อวิถีชีวิตประชากาและการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ ที่แสดงให้เป็นว่า เมืองมีความเคลื่อนย้าย (mobiliy)ของ วัตถุ คน ทุน ข่าวสาร มีการความเป็นพลวัตร (dynamic)และมีความเชื่อมโยง (comec)กันระหว่งปังจัต่งๆอตลอด ซึ่งกรณีนี้ ก็สนับสนุนข้อโดแย้งของความบกพร่อง ของกระบวนทัศน์การศึกษาเรื่องเมืองในอดีต จนถึงปัจจุบัน ที่ยังมีความแยกส่วน และความรู้ บางส่วนที่ได้มาจากอดีตก็อาจไม่เพียงพอต่อการศึกษาเมือง จากปัจจุบันอนาคต

อำนาจ การเมือง

ปัจจุบันเมืองมีสภาพกลายป็นเมืองมากขึ้น ประชากร วัตถุ สินค้า ทุน ข่าวสาร ความรู้ มี การเคลื่อนไหว (mobiliy)ในพื้นที่และระหว่างพื้นที่ เช่นเมืองและชนบท ความสันพันธ์ที่เกิดขึ้นใน เมืองมีความซับอนมากขึ้น เทกโนโลยีพัฒนาไปอย่งรวดเร็วขึ้น มีผลต่อการรับรู้ การเปลี่ยนแปลง

อำนาจ การเมือง วิถีชีวิตของคนและที่สำคัญคือการส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบเมืองดังที่กล่าวไป แล้ว ดังนั้นการศึกษาเรื่องเมืองของประเทศไทยยัไม่อาจก้วพ้นจากกระบวนทัศน์ความรู้ การศึกษาเรื่องเมืองแบบเดิมที่มีความแยกส่วน ในขณะที่ต่างประเทศได้มีความพยายามเคลื่อนย้ายกระบวนทัศน์ในการศึกษาเรื่องเมือง โดยมีการพัฒนาความรู้สาขาข้อมูล การสื่อสารเรื่องเมือง

เพื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงความรู้ แยกส่วนของแต่ละสาขา โดยการนำเทคโนโลยี เข้ามาใช้ในการ
ทำความเข้า ใจกับบริบทเมือง ที่เปลี่ยนไป การจัดการข้อมูล ข่าวสารของเมือง ทางกายภาพ สังคม-เศรษฐกิ ซึ่งจเป็นการ อุดช่องว่างข้อบกพร่อง ของการกระบวนทัศน์ การศึกษาเรื่องเมือง ในอดีตจากการบูรณา การความรู้จากสาขาต่ง ซึ่งบทความฉบับ นี้มุ่งหวังว่า ความพยายามเปลี่ยนช้า ขกระบวนทัศน์ ในการศึกษาเรื่องเมือง

โดยการจัดการกับความรู้ และการใช้ทดโนโลขีเป็นสะพานเชื่อมช่องวางความรู้แบบแยกส่วน น่จะเป็นตัวอย่างที่ทำให้ผู้เรียน ผู้สอนจากภาควิชาการ ผู้ทำงานจากภาควิชาชีพ และ ผู้กำกับนโยบายจากภาคส่วนต่งๆของภาครัฐในประเทศไทยจะได้มีการเคลื่อนไหวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อคาดการณ์ รองรับ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยมี ข้อมูลอย่างครอบคลุม แม่นยำและเป็นไปในเชิงรุกมากขึ้น

พล เอก ประยุทธ์ จันทร์ โอชา ระดับ 5 ดาว
รัฐบาลไทย-เกี่ยวกับรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 29 ของประเทศไทย ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
ประยุทธ์ จันทร์ โอชา
ผบ.ร.21 พัน 2 รอ